เป็นการสอบความถนัดทางวิชาการในวิชาเฉพาะสำหรับเข้ามหาวิทยาลัยของประเทศสหรัฐอเมริกา
และหลายหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทย รวมทั้งหลักสูตรแพทยศาสตร์ของหลายสถาบัน ในเเต่ละมหาวิทยาลัยจะมี
requirements SAT subjects แตกต่างกัน คณะแพทยศาสตร์ส่วนมากจะต้องการ
SAT biology M, SAT chemistry และ SAT maths level 2 หรือ SAT physics ทุกวิชาจะมีจำนวนข้อไม่เท่ากัน
มีเวลาเเค่ 60 นาทีต่อวิชา คำถามจะเป็น multiple
choices และมีเเค่ SAT maths เท่านั้นที่ใช้เครื่องคิดเลขได้
เวลาสอบจริงจะเลือกสอบได้ครั้งละ 3 วิชาหรือน้อยกว่านั้น
ถ้าหากทำผิดจะลบ คะเเนนข้อละ 0.25 คะเเนน เเต่ละข้อสอบจะมีเกณฑ์การให้คะเเนนที่เเตกต่างกัน
ถ้าอยากรู้ว่าได้เท่าไรจะต้องตรวจดูในหนังสือที่เอามาโดยจะระบุไว้ตรงเฉลยท้ายเล่ม
วิธีการสมัครสอบ
โดยปกติจะมีการเปิดสอบประมาณ
5 ครั้งต่อปี
และสถานที่สอบจะจัดที่โรงเรียนอินเตอร์ในประเทศไทยทั่วประเทศ การสมัครสอบไม่จำกัดอายุผู้เข้าสมัครสอบ
แต่สามารถเก็บคะแนนสอบได้ถึงสองปี ค่าใช้จ่ายในการสอบกรณีสอบสามวิชาประมาณ 4,000-5,000
บาท และสามารถเข้าไปสมัครสอบได้ที่ https://collegereadiness.collegeboard.org/sat
วิธีการเตรียมสอบ
อ่านเนื้อหาจากหนังสือ SAT
Subjects ของ The Princeton Review แล้วทำ past
paper จากหนังสือของ College board โดยต้องจับเวลาทำจริง
ในท้ายเล่มจะมีคำอธิบายไว้แล้ว เเนะนำให้ทำความเข้าใจ และจำไปใช้ใน past
paper อื่นๆ ควรทำ past paper เยอะๆหลายๆครั้งเนื่องจากมีบางข้อที่ซ้ำ
และเเนวข้อสอบเหมือนเดิม ให้จดจำนวนข้อที่ทำผิดไว้ แล้วดูว่าผิดที่หัวข้อไหนเยอะที่สุดแล้วนำมาทบทวนใหม่
และให้จดคะเเนนของทุกๆ ครั้งที่ทำสอบ
เพื่อที่จะได้คาดเดาว่าจะได้คะเเนนเท่าไรในการสอบครั้งนี้ เนื่องจาก SAT
subjects ที่ใช้ยื่นมหาลัยไทยจะสอบกี่ครั้งก็ได้
SAT chemistry
มี 3
parts ประมาณ 85 ข้อ ส่วนเเรกจะเป็น matching
คำตอบ จำนวนประมาณ 20ข้อ ส่วนที่สอง จะให้เลือก
True/False จำนวน 15 ข้อ
แล้วส่วนสุดท้าย เป็นmultiple choice
SAT maths level 2
จะมีเเค่ 50 ข้อ และใช้ graphing calculator ได้ เเนะนำให้ฝึกใช้ให้เป็นเพราะจะทำให้ทำข้อสอบได้เร็วขึ้น
SAT biology M
จะมี 80 ข้อ เนื้อหาค่อนข้างกว้าง เเละต้องจำให้ได้หมดทุกส่วน เเนะนำให้อ่านเน้นความสำคัญตามตารางด้านล่างเนื่องจากบางบทจะออกบ่อยมากกว่า