ปัจจุบัน
คณะแพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัยหลายแห่งได้เปิดการรับบุคคลเข้าศึกษาต่อโดยระบบ portfolio
หรือใช้ความสามารถพิเศษ เช่น
ภาษาอังกฤษ ดังนั้นจึงมีรูปแบบการเตรียมตัวที่แตกต่างกันออกไป
พี่จึงแนะนำว่าน้องน้องที่สนใจอยากสมัครสอบในระบบนี้ ควรเตรียมตัวให้เร็ว
ได้รับคำแนะนำ และการวางแผนที่ดี จะเพิ่มโอกาสในการได้รับการคัดเลือกเป็นอย่างมาก
โดยสิ่งที่ต้องเตรียมตัวมีดังนี้
1. ตัดสินใจให้แน่ใจก่อนว่าอยากเป็นแพทย์
อย่างแน่นอน เพราะต้องใช้การเตรียมตัวและมีความตั้งใจอย่างมาก หากน้อง มุ่งมั่นแล้วพี่เชื่อว่าไม่มีอะไรยากเกินไปแน่นอน
2. ต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบ
เรียนจบหลักสูตรในโรงเรียนไทย หรือหลักสูตรนานาชาติตามเกณฑ์ที่กำหนด
3. มีคะแนนสอบการวัดความรู้เฉพาะผ่านเกณฑ์
เช่น BMAT และ SAT
โดยแต่ละมหาวิทยาลัยมีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน
4. มีคะแนนสอบภาษาอังกฤษ
เช่น IELTS, CU-TEP โดยแต่ละมหาวิทยาลัยมีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน
5. Portfolio ที่บอกเล่า
ประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา กิจกรรม ผลงานทางวิชาการ และงานวิจัย
6. Statement of purpose หรือ essay
ในหัวข้อต่างๆ ตามที่มหาวิทยาลัย
กำหนด
เมื่อได้เห็นสิ่งที่ต้องเตรียมตัวเหล่านี้แล้ว
จะเห็นได้ว่ามีค่อนข้างมาก
แต่ละอย่างล้วนมีรายละเอียดและวิธีการเตรียมตัวที่แตกต่างกัน
และการรับสมัครมักเกิดขึ้นกลาง ม.6 หรือ
เริ่มเรียน grade 12 พี่จึงแนะนำให้น้องน้องเตรียมตัวให้เร็วที่สุดไม่ควรช้ากว่า
ม.5 หรือ grade
11 แบ่งเวลาให้ชัดเจนในการเตรียมสอบแต่ละอย่าง
เพราะบางอย่างมีโอกาสได้แค่ครั้งเดียว นอกจากการเตรียมสอบแล้ว
การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเพราะ เป็นส่วนสำคัญที่นำมาพิจารณาถึงความพร้อม
และทัศนคติในการเป็นแพทย์
หากน้องน้องหรือผู้ปกครองท่านใด
สนใจเข้ารับคำแนะนำจาก ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อแพทย์ Medi Exam สามารถอ่านคำแนะนำในการเตรียมตัวเบื้องต้นได้ใน blog
นี้
และหากอย่างได้ข้อมูลหรือบริการเฉพาะบุคคล วิเคราะห์ปัญหา ให้คำแนะนำ วางแผน จัดทำ
portfolio แนะนำการทำงานวิจัย
ปรับปรุง Essay การเตรียมสอบสัมภาษณ์ โดยพี่พี่แพทย์
สามารถติดต่อเข้ามารับบริการได้เลย